Musique de la vie et de la Terre

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้รับโอกาสจาก ดร.ตรีทิพย์ กมลศิริ ให้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการดนตรีทิพย์ของสถานีวิทยุจุฬาฯ อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ผมได้พูดถึงบทประพันธ์ Quartet for the End of Time ของ Olivier Messiaen เนื่องจากว่าผมและเพื่อนๆ จะแสดงเพลงนี้ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.00 น. ที่ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

เมื่อบันทึกรายการเสร็จแล้ว (จะออกอากาศวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 เวลา 7.00 น.) ผมเลยตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้น เพราะไหนๆ ก็รวบรวมข้อมูลสำหรับไปพูดไว้แล้ว ก็เอามาเขียนพร้อมด้วยโฆษณาแฝงไปด้วยในตัวเลยละกัน

Olivier Messiaen
Olivier Messiaen

Olivier Messiaen (1908–1992) เป็นนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศสที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งใน นักประพันธ์เพลงที่สำคัญของศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ท่านยังเป็นนักออร์แกนและผู้ศึกษาเกี่ยวกับนก โดยได้ทำการบันทึกเสียงของนกชนิดต่างๆ และบันทึกลงเป็นตัวโน้ตในผลงานของท่าน

ลักษณะการประพันธ์เพลงของ Messiaen มีความซับซ้อนในเรื่องของจังหวะ การประสานเสียง และท่วงทำนอง โดยท่านได้ใช้ระบบที่เรียกว่า Modes of Limited Transposition ซึ่งประกอบไปด้วย modes หรือ scales ที่มีความสมมาตรกัน เช่น whole-tone scale, octatonic scale และ modes ต่างๆ อีกสี่รูปแบบ ซึ่งท่านได้เขียนอธิบายไว้ในหนังสือชื่อ The Technique of My Musical Language

The Technique of My Musical Language
The Technique of My Musical Language

ผลงานของท่านมีตั้งแต่บทเพลงสำหรับ solo piano, organ, chamber music ไปจนถึง orchestra ซึ่งผลงานที่จะพูดถึงในวันนี้คือ Quartet for the End of Time สำหรับ violin, clarinet, cello และ piano ซึ่งเป็นหนึ่งในบทเพลง chamber music ชิ้นสำคัญของศตวรรษที่ 20

Messiaen ประพันธ์เพลงนี้ขึ้นระหว่างปี 1940–1941 ในขณะที่ท่านเป็นนักโทษอยู่ในค่ายเชลยศึกของทหารเยอรมัน ที่เมือง Görlitz ปัจจุบันคือเมือง Zgorzelec ในประเทศโปแลนด์ (ค่ายนี้ไม่ได้เป็น concentration camp หรือค่ายกักกันชาวยิวแบบ Auschwitz)

ถึงแม้ Messiaen จะมีอายุเพียง 31 ปี ณ เวลานั้น ซึ่งถือว่าอายุยังไม่มาก แต่ท่านก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากพอที่จะได้รับการดูแลจากผู้คุมในค่าย รวมไปถึงการจัดหากระดาษ เครื่องเขียน และเครื่องดนตรีสำหรับการแสดงครั้งแรกของเพลงนี้อีกด้วย

ก่อนที่จะเล่าถึงตัวเพลง ผมอยากกล่าวถึงนักดนตรีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญส่วนหนึ่งของบทประพันธ์บทนี้

ที่ค่ายนี้ Messiaen ได้พบกับ Henri Akoka ซึ่งเป็นนัก clarinet ประจำวง Orchestre National de la Radio ในกรุงปารีส โดย Akoka นับว่าโชคดีมาก เพราะเขาถูกจับในฐานะชาวฝรั่งเศส (เนื่องจากในช่วงสงคราม Akoka ได้ถูกส่งไปประจำวง orchestra ของทหารที่ Verdun ก่อนที่จะถูกจับในเวลาต่อมา) ก่อนที่นาซีจะเริ่มจับและกวาดล้างชาวยิว ทั้งที่จริงๆ แล้วตัวเขาเป็นชาวแอลจีเรียและเป็นชาวยิวด้วย

ในระหว่างที่รอส่งตัวไปยังค่าย Messiaen ได้นำแบบร่างของเพลงเดี่ยวสำหรับ clarinet ให้ Akoka ดูและลองเล่น ซึ่งแน่นอนว่า Akoka บ่นว่าเป็นเพลงที่ยาก เพลงนี้ต่อมาได้กลายเป็นท่อนที่สามของ Quartet for the End of Time และการทดลองครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของเพลงนี้ก็ว่าได้

จากนั้นทั้งสองคนก็ได้พบกับ Étienne Pasquier นัก cello และ Jean Le Boulaire นัก violin ทั้งสองคนนี้เป็นนักดนตรีอาชีพ และอยู่ในค่ายที่ Görlitz เช่นกัน นี่เลยเป็นที่มาของเครื่องดนตรีสำหรับเพลงนี้

Henri Akoka, Jean Le Boulaire and Étienne Pasquier
จากซ้ายไปขวา: Henri Akoka, Jean Le Boulaire และ Étienne Pasquier

ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะถูกแต่งขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ช่วงหนึ่งของมนุษยชาติ แต่ตัวดนตรีไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับสงครามโลกครั้งที่สอง ในความจริงแล้ว เพลงนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณเป็นหลัก

Messiaen เป็นคาทอลิกที่ค่อนข้างเคร่งในศาสนา ท่านได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้จากคัมภีร์วิวรณ์ ซึ่งเป็นบทสุดท้ายของคัมภีร์ไบเบิลที่กล่าวถึงวันสิ้นโลก โดย Messiaen ได้นำสองวรรคแรกและวรรคที่ 5–7 จากบทที่ 10 ของคัมภีร์วิวรณ์มากำกับไว้ดังนี้

“และข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์อีกองค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ มีเมฆห่อหุ้มตัวท่านและมีรุ้งบนศีรษะของท่าน หน้าของท่านเหมือนอย่างดวงอาทิตย์ และขาของท่านเหมือนอย่างเสาเพลิง…. เท้าขวาของท่านยืนอยู่บนทะเล เท้าซ้ายของท่านยืนอยู่บนบก…. แล้วทูตสวรรค์องค์ที่ข้าพเจ้าเห็นยืนอยู่ทั้งบนทะเลและบนบกนั้น ยกมือขวาขึ้นสู่ท้องฟ้า และสาบานโดยอ้างพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์…. ว่าจะไม่มีการเนิ่นนานอีกต่อไป แต่ในวันเวลาที่มีเสียงแตรจากทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ด ที่กำลังจะเป่าแตรนั้น ความล้ำลึกของพระเจ้าจะเสร็จสมบูรณ์”

เพลงนี้มีทั้งหมดแปดท่อน ในแต่ละท่อนมีชื่อกำกับไว้ดังนี้

  1. Crystal Liturgy — for the full quartet
  2. Vocalise, for the Angel Who Announces the End of Time — for the full quartet
  3. Abyss of Birds — for solo clarinet
  4. Interlude — for violin, cello and clarinet
  5. Praise to the Eternity of Jesus — for cello and piano
  6. Dance of Fury, for the Seven Trumpets — for the full quartet
  7. Tangle of Rainbows, for the Angel Who Announces the End of Time — for the full quartet
  8. Praise to the Immortality of Jesus — for violin and piano

Messiaen ได้เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละท่อนไว้เช่นกัน แต่ขอไม่กล่าวถึงในนี้ ถ้าท่านไหนสนใจอยากรู้เพิ่มเติม อย่าลืมมาชมคอนเสิร์ตในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้

กลับมาที่ประวัติของเพลงกันต่อ

นักดนตรีทั้งสี่ท่านได้ทำการแสดงเพลงนี้ครั้งแรก ที่ค่ายเชลยศึกในวันที่ 15 มกราคม 1941 โดยการแสดงถูกจัดขึ้นต่อหน้าคนดูที่เป็นนักโทษด้วยกัน และผู้คุมราวๆ 400 คน Messiaen ได้เขียนบันทึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ว่า ท่านไม่เคยสัมผัสถึงการแสดงที่คนดูมีความเข้าใจ และตั้งใจฟังเท่านี้มาก่อน

Messiaen ยังได้กล่าวถึงว่า cello ที่ Pasquier ใช้มีเพียงสามสาย และเครื่องดนตรีอื่นๆ ก็มีสภาพไม่ดี ซึ่งภายหลังมีข้อมูลว่ารายละเอียดเหล่านี้บางส่วน ไม่ตรงกับความเป็นจริง — cello นั้นมีครบทุกสาย และเครื่องดนตรีอื่นๆ ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพแย่ อย่างที่เรื่องราวถูกเล่าต่อกันมา

ถึงภายหลังทุกท่านจะถูกปล่อยตัวออกจากค่ายแล้ว การแสดงนี้ก็เป็นการแสดงร่วมกันเพียงครั้งเดียวของทั้งสี่คน

Akoka ถูกจับได้ในเวลาต่อมาว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นชาวยิว จึงถูกจับอีกครั้ง แต่เขาสามารถหลบหนีด้วยการกระโดดออกจากรถไฟ ระหว่างที่ถูกส่งตัวไปยังค่ายใหม่ โดยได้รับบาดเจ็บแขนหัก เพราะกอดกล่อง clarinet เอาไว้ขณะกระโดดหนี หลังจากนั้นเขาได้ไปอาศัยอยู่ใน Free Zone ของฝรั่งเศส ทำให้ขาดการติดต่อกับอีกสามคน

ถึงแม้ Messiaen จะได้มีโอกาสเล่นกับนัก clarinet คนอื่นๆ ในเวลาต่อมา แต่ท่านก็ยังคงมีเสียงและวิธีการเล่นของ Akoka ติดอยู่ในหัว และบ่นทุกครั้งที่นัก clarinet คนอื่นๆ เล่นเบากว่าเดิม เพราะเครื่องดนตรีและเทคนิคพัฒนามากขึ้น ทำให้สามารถเล่นเสียงได้เบาลงกว่าเดิม

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านถึงกับต้องแก้ dynamic ใน score เพราะนัก clarinet คนนั้นเล่นเบาเกินไป!

ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงสำหรับเครื่องดนตรีสี่ชนิด แต่ในความยาวประมาณ 50 นาที เพลงนี้กลับรวมไปด้วยความหลากหลายของการผสมเครื่องดนตรี ตั้งแต่ solo, duet และ trio ไปจนถึงสี่เครื่องบรรเลงพร้อมกันในรูปแบบของ unison จะเรียกว่าเป็น concert program ในเพลงเดียวก็ว่าได้

เทคนิคการประพันธ์ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจในเพลงนี้ ไม่ว่าจะเป็น augmentation, additive rhythms, จังหวะดนตรีของอินเดีย การเลียนเสียงนก — เพลงนี้เป็นหนึ่งในผลงานช่วงแรกๆ ที่ Messiaen ใช้เทคนิคนี้ — รวมไปถึงเทคนิคต่างๆ อีกมากมาย

ที่เล่ามาทั้งหมดก็เป็นความเป็นมาคร่าวๆ เกี่ยวกับ Quartet for the End of Time ถ้าสนใจอยากรู้เกี่ยวกับเพลงนี้มากขึ้น ในมุมมองที่ลึกขึ้น และฟังการแสดงสดของเพลงนี้ ก็อยากจะขอเชิญทุกท่านอีกครั้งในวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.00 น. ที่ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

การแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Musique de la vie et de la Terre นำเสนอโดย อาจารย์ Hayne Kim โดยมีผม อาจารย์ Andrew Healey และอาจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน ร่วมแสดงอีกด้วย

หวังว่าจะพบกันนะครับ ☺

ป.ล. สนใจอ่านเพิ่มเติมต้องเล่มนี้เลย: Rebecca Rischin, For the End of Time: The Story of the Messiaen Quartet

For the End of Time by Rebecca Rischin